ไทยแลนด์ 4.0 คืออะไร

เพื่อนๆคงได้ยินคำว่า”ไทยแลนด์ 4.0″ กันมาสักพักแล้ว แต่เพื่อนๆเข้าใจหรือไม่ว่า “ไทยแลนด์ 4.0” มันคืออะไรกันแน่
เราขอเริ่มแนะนำประวัติความเป็นมาตั้งแต่ ยุค 1.0-3.0 กันก่อนเลยดีกว่า

“ไทยแลนด์ 1.0” ยุคนี้เป็นยุคของเกษตกรรม ซึ่งยุคนี้เราจะเน้นเรื่องของการผลิตและส่งออก ผลผลิตทางการเกษตร เช่น ข้าวสาร เนื้อสัตว์แปรรูป
“ไทยแลนด์ 2.0” เป็นยุคอุตสาหกรรมเบา หรือเป็นยุคเริ่มต้นของอุสาหกรรม เช่น เครื่องนุ่งห่ม รองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับ
“ไทยแลนด์ 3.0” เป็นยุคของอุตสาหกรรมหนักและการส่งออก มีการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น ใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น เน้นเรื่องชิ้นส่วนยานยนต์ แผงวงจรไฟฟ้าที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น และเรื่องของการลงทุน มีการขยับไปลงทุนในต่างประเทศอีกด้วย

แล้วตอนนี้ไม่ดียังไง ทำไมต้องปรับตัว

“ไทยแลนด์ 3.0” ทุกวันนี้รายได้ของประเทศอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อ 50 ปีก่อน ช่วง พ.ศ.2500-2536 เศรษฐกิจของไทยเรามีการเติบโต 7-8% ต่อปี แต่หลังจาก พ.ศ.2537 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน เศรษฐกิจไทยเติบโตขึ้นเพียง 3-4% ต่อปีเท่านั้น รัฐบาลจึงเร่งพัฒนาปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจกันยกใหญ่ เพื่อให้เราก้าวข้ามจาก “ไทยแลนด์ 3.0” สู่ “ไทยแลนด์ 4.0” ให้ได้ใน 3-5 ปีนี้

การเปลี่ยนแปลงที่เข้ามาพร้อม “ไทยแลนด์ 4.0”

การขับเคลื่อนประเทศ “ไทยแลนด์ 4.0” นั้น การเปลี่ยนแปลงจะกี่ยวข้องกับนวัตกรรมซะเป็นส่วนใหญ่ยกตัวอย่างเช่น ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มีการทำเกษตรกรรมมากมาย เราจึงควรนำเทคโนโลยีมาเข้ามาช่วยทำให้การ ใช้แรงงานลดลง และได้ผลผลิตมากขึ้น
ผู้ประกอบการ SME และกลุ่ม Startup ต้องมองหานวตกรรมใหม่เพื่อลดขั้นตอนของการทำงาน คงคุณภาพ และเพิ่มมูลค้าสินค้า เพื่อให้ผู้ประกอบการได้กำไรสูงสุด

จะเข้าสู่ยุค 4.0 ทั้งที SME ต้องเตรียมตัวไว้ให้พร้อม

ในขณะที่รัฐบาลกำลังพยายามกันอย่างมากที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทยให้เป็นไปตามกลไกที่เหมาะสมเข้ากับยุคสมัย หน้าที่ของพวกเราทุกคนในฐานะ SME ผู้ประกอบการ หรือประชาชนคนไทย ก็สามารถเตรียมตัวให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ โดยอันดับแรกเลยคือเรื่องของเทคโนโลยีที่ควรใช้ให้เป็น เพราะในโลกปัจจุบันเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว อีกทั้งมันยังช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้น ต้องหมั่นดูอยู่เสมอว่ามีอะไรที่ตรงกับเราบ้าง เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปได้ไวยิ่งขึ้น เรื่องของการไปเยี่ยมชมงานที่ต่างประเทศก็เช่นกัน เพราะลูกค้าในอนาคตอาจมาจากหลากหลายประเทศทั่วโลก การติดต่อ มารยาท ธรรมเนียมการปฏิบัติจึงเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าบริษัทไม่มีคนพูด

ภาษาอังกฤษได้ ส่งอีเมลมาก็ไม่สามารถตอบกลับได้ ก็ทำให้เสียโอกาสในการทำธุรกิจไปได้อย่างน่าเสียดาย และสุดท้ายเรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพราะคนในสมัยนี้ใส่ใจในสิ่งแวดล้อมมากขึ้น หากมีสินค้าที่คุณสมบัติเหมือนกัน ราคาใกล้เคียงกัน สินค้าที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจะสามารถจับใจลูกค้าได้มากกว่า

บทสรุปสุดท้าย อยู่ที่ความร่วมมือกันของคนในชาติไทย

“ไทยแลนด์ 4.0” นับเป็นโมเดลการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในยุคนี้ที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วมไปด้วยกัน ช่วยกันผลักดันไปพร้อม ๆ กัน สิ่งสำคัญที่สุดในการทำให้โมเดลนี้ประสบความสำเร็จก็คือ ต้องคิดให้มาก คิดให้จบ อ่านให้ขาด ต้องกล้าเปลี่ยนแปลง อย่ามัวแต่โทษกันเมื่อมีอะไรผิดพลาด เพราะทุกอย่างเปรียบเสมือนการเรียนรู้ ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงก็เหมือนกับเราย่ำอยู่กับที่ ซึ่งด้วยกับโมเดล “ไทยแลนด์ 4.0” นี้บวกกับพลังของคนในชาติ การเปลี่ยนแปลงจาก ‘ประเทศกำลังพัฒนา’ ไปสู่ ‘ประเทศพัฒนาแล้ว’ คงไม่ใช่แค่เรื่องในความฝันอีกต่อไป

บทความดัดแปลงมาจาก : bangkokbanksme.com